Loading ...

          ตามที่ได้สัญญากันไว้ว่า ปักษ์นี้จะนำบทกวีของครูเทพมาฝากกันอีก เลยนำบทที่ชื่อ “ไม้เรียว” มาฝากกัน แต่ขออนุญาตตัดตอนมานะคะ เพราะหากคัดลอกมาทั้งหมดจะยาวมาก เลยนำเฉพาะบางตอนที่มีประเด็นพูดคุยมาให้อ่านกันดังนี้ค่ะ

                                        หนูเปียนี้มารดาหาว่าดื้อ ที่แท้คือความเห็นเป็นคนละอย่าง

                                        ความได้ใจทำให้หนูเปียกระด้าง มารดาขวางทีไรได้เฆี่ยนตี

                                        แม่ลูกต่างก็ไม่เข้าใจ เลยต่างคนต่างดันกันเต็มที่

                                        การตีชักจะหนักขึ้นทุกที เพราะเกิดมีด้านไม้ขึ้นในตน

                                        โรคด้านไม้ลามไปถึงใจจิต ด้านความคิดด้านหน้าและด้านก้น

                                        ขนาดเฆี่ยนต้องเปลี่ยนไปตามคน ที่ความด้านเข้าผจญประจำตัว

                                        ยิ่งตั้งต้นแต่เล็กยิ่งแรงแล่น กว่าจะโตก็แก่นมิใช่ชั่ว

                                        แม้กุญแจมือใส่ยังไม่กลัว เดินตากหน้าได้ทั่วทั้งพารา



          ความที่ยกมาเป็นช่วงต้นๆ ของบทค่ะ อ่านแล้วนึกถึงสุภาษิตไทย “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ว่าจะยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า เพราะกวีบทนี้ก็เขียนขึ้นมาไม่น้อยกว่า ๗๐ ปีแล้ว หมายความว่า ในยุค ๗๐ กว่าปีก่อน การเฆี่ยนตีไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เด็กอยู่ในกรอบตามที่ผู้ใหญ่ต้องการได้

                              ซ้ำร้าย จะทำให้เด็ก “ต่อต้าน” กรอบนั้นเสียอีก

                              พอเด็กต่อต้าน ก็หาว่าเด็ก “ดื้อ” ซึ่งครูเทพบอกว่า ที่แท้คือความเห็นเป็นคนละอย่าง

          ความสำคัญอยู่ที่ว่า เรายอมรับความเห็นคนละอย่างนั้นได้แค่ไหน จะถือว่าความเห็นที่แตกต่างนั้นเป็น “เหตุผล” หรือ “เถียงแบบข้างๆ คูๆ” เช่น ถ้าถามวัยรุ่นว่า ทำไมเวลามีเซ็กส์จึงไม่ใช้ถุงยาง แล้วได้รับคำตอบว่า ไม่ได้พกมา เตรียมไม่ทัน เราจะถือว่าคำตอบดังกล่าวเป็นเหตุผล หรือเป็นการเถียงแบบข้างๆ คูๆ

                    หากคิดว่าคำตอบข้างต้นเป็นเหตุผล เราก็จะพยายามหาวิธีแก้โจทย์ว่า จะทำอย่างไร วัยรุ่นถึงจะพกถุงยางอนามัย ทำอย่างไรวัยรุ่นจึงจะรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง

          แต่ถ้าคิดว่าเป็นการเถียงแบบข้างๆ คูๆ เราก็จะไม่สนใจคำตอบนั้น ไม่ค้นหาสาเหตุลึกๆ สุดท้าย...โจทย์นั้นก็ไม่ถูกแก้

          กลับมาว่าเรื่องไม้เรียวกันต่อดีกว่า ครูเทพพูดถึงครูกับการใช้ไม้เรียวเอาไว้ด้วย เพราะนอกจากพ่อแม่แล้ว ครูก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สังคมให้สิทธิ์ใช้ไม้เรียวกับเด็กได้ ครูเทพจึงบอกไว้ว่า

                                        ครูเป็นผู้เพ่งจิตวิทยา ให้วิชาด้วยวิธีที่แจ่มใส

                                        เพื่อศิษย์ล้วนร่าเริงบันเทิงใจ ได้เจริญเชาว์ไวในชีวิต

                                        การเฆี่ยนดีเป็นวิธีทำลายขวัญ โทษมหันต์คุณมีกะจิริด

                                        ห้ามก้าวหน้าพาหู่อยู่เป็นนิตย์ เป็นยาพิษมิให้ใช้บำรุง


                    มีอีกหลายวิธีที่จะใช้เพื่อทำให้เด็กรู้ว่าตัวเองทำผิด การใช้ไม้เรียวก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่เป็นวิธีที่ครูเทพบอกว่า เป็นยาพิษมิให้ใช้บำรุง

          การพูดคุยด้วยเหตุด้วยผลก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้เด็กได้รู้คิดว่า สิ่งที่ทำนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร และยังไม่เคยมีใครบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่ควรใช้เลย

          คุณผู้อ่านว่าอย่างนั้นไหม....



อ้างอิง

ครูเทพ (นามแฝง). โคลงกลอนของ “ครูเทพ” เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา,๒๕๑๕.


 



ความคิดเห็นที่  1

6RFSn3 Great, thanks for sharing this blog post.Thanks Again. Want more.

green modular homes    (5 มิถุนายน 2556  เวลา 18:40:39)