Loading ...

           อย่าเพิ่งคิดว่าผู้เขียนไปตกหลุมรักใครจากโปรแกรมแชท MSN นะคะ เพียงแต่ได้อ่านบทกวีของมนตรี ศรียงค์ บท “มนต์รัก MSN” เข้าก็เลยอยากหยิบมาคุยกัน

คอลัมน์นี้เคยเขียนถึงงานของคุณมนตรี ศรียงค์ ไปบ้างแล้ว แต่เห็นว่ามีอีกหลายบทที่น่าสนใจ อย่างบท “มนต์รัก MSN” นี่ทำให้เราได้ข้อคิดด้านการใช้ภาษาเหมือนกัน

ผู้อ่านเคยสังเกตภาษาแชทไหมคะ ถ้ายังไม่เคยสังเกต เดี๋ยวลองดูจากบทกวีด้านล่างนี่

                                        55555555 เรารักเทอร์น้าเด็กโง่งั่ง

                                        เด๋วส่ง mp3 ปะห้ายฟัง แร้ววันหลังส่งคลิปปะห้ายดู

                                        คลิปเราเองแหละเอิ๊กเอิ๊กเอิ๊ก ถ่ายก่อนเลิกกะแฟนโรงแรมหรู

                                        ADSL เราใช้ TRUE อัพโหลดคู่สองคลิปได้ฉะบาย

                                        เรารักเทอร์น้าเด็กโง่ (คลิกอีโมรูปหัวเราะงอหงาย)

                                        หนึ่งปริ๊ดแระอิอิขอบจาย จุ๊บจุ๊บบะบายชัทดาวน์แร้วววววววว...

          บทกวีที่ยกมาเป็นตอนหนึ่งของบท “มนต์รัก MSN” คาดว่าคุณครูภาษาไทยหลายท่านอ่านแล้วคงอยากจับเด็กๆ ที่ใช้ภาษาผิดหลักเกณฑ์แบบนี้มาตีก้นคนละทีสองที

          ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกหรือผิด แต่ที่แน่ๆ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการใช้ภาษา แม้ว่ากลุ่มผู้ใช้ภาษาแบบนี้จะมีไม่มากนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริงในสังคม

          อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนค่อนข้างแน่ใจว่า ภาษาแบบนี้ยังมีข้อจำกัดในการใช้ สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับเป็นมาตรฐาน ดังนั้นภาษาแบบนี้จึงปรากฏในบางสังคมเท่านั้น เช่น ในโลกอินเทอร์เน็ต (ก็นักเรียนคนไหนเล่าจะกล้าใช้ภาษาแบบนี้ทำรายงานส่งครู...ฮา)

          ถามว่าครูรู้ไหมว่ามีภาษาแบบนี้เกิดขึ้น คำตอบคือ...ครูส่วนใหญ่รู้ เพราะในการเรียนการสอนก็มีการทำรายงาน ทำวิทยานิพนธ์ ศึกษาภาษาแชทกันออกเกลื่อนกลาดว่ามีลักษณะอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อการใช้ภาษาในสังคมไทย

          ประเด็นคือ เราไม่ค่อยหยิบปรากฏการณ์หรือสิ่งที่ได้จากการศึกษาออกมาใช้ประโยชน์ เรามักรับรู้ว่ามีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อย่างดีก็อาจจะนำปรากฏการณ์มาบอกว่าดีหรือไม่ดี แต่ไม่ได้วิเคราะห์ต่อไปว่าทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นและจะแก้ไขกันอย่างไร

          เหมือนเด็กที่กำลังเรียนหนังสืออยู่แล้วเกิด “ตั้งครรภ์” โดยไม่พร้อมขึ้นมา ถามว่าปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเยอะไหม คำตอบคือ มีให้เห็นเกือบทุกโรงเรียน เราได้แต่ชี้ให้เด็กคนอื่นๆ เห็นว่า อย่าเอาอย่างนะ ดูซิ หมดอนาคต ต้องออกจากโรงเรียนไปเลี้ยงลูก แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าทำไมเด็กถึงตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม แล้วเด็กจะมีทางออกอย่างไรสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือถ้าไม่อยากตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมจะมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง (เอาแบบทางเลือกที่หลากหลายนะ ไม่ใช่ปิดประตูทั้งหมดแล้วเหลือหน้าต่างแคบๆ เปิดไว้บานเดียวว่า ห้ามมีเซ็กส์)

          น่าจะดีนะ ถ้าเราจะนำปรากฏการณ์มาใช้ประโยชน์มากกว่ามองแค่ว่า ก็แค่ปรากฏการณ์ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

          อ้าว...ขึ้นต้นด้วยเรื่องภาษา ไหงมาจบด้วยเรื่องท้องล่ะนี่ มึนแระ ปายดีก่า บาย...



ความคิดเห็นที่  2

มองอีกมุม ก็น่าชื่นชมที่เด็กสามารถแต่งคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพได้  ถึงแม้จะใช้ภาษาของเขาก็ตาม  แต่หากพวกเราสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย และศึกษาฉันทลักษ์สักนิดแล้วนะ  ครูคิดว่าเหลนสุนทรภู่เกิดขึ้นในเมืองไทยแล้วล่ะ  ลองดูนะครับศิษย์ต่างสำนัก
                                                                                                          จากครูภาษาไทยจ้ะ

ครูภาษาไทยแจ้ห่ม ลำปาง   (21 ตุลาคม 2552  เวลา 21 11:36)

ความคิดเห็นที่  1

กรณีนี้ก็เช่นกัน  พร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการแก้ไขปัญหา  แต่หนึ่งเดียวคนนี้ทำไม่ได้  เพราะวิสัยทัศน์ผู้บริหาร ที่กลัวอะไรไม่รู้

ครูคนหนึ่ง   (3 ตุลาคม 2552  เวลา 03 19:04)