Loading ...

        เดือนตุลาคม ข้าราชการที่เกษียณแล้วหลายท่านคงได้พักผ่อนหลังจากที่ทำงานหนักมานาน บางครั้ง... ผู้เขียนคิดว่า ข้าราชการบางท่านที่อายุ ๖๐ ปี น่าจะยังไม่ถึงอายุเกษียณ ก็สมัยนี้ คนเราอายุ ๖๐ นี่ยังไม่แก่เลย อย่างครูบาอาจารย์บางท่านที่มหาวิทยาลัยเชิญมาบรรยายหลังเกษียณราชการ ผู้เขียนก็เห็นว่าท่านเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถ ที่ยังทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้อีกมาก ในทางกลับกัน ข้าราชการที่ยังไม่เกษียณบางราย กลับไม่กระตือรือร้น ไม่คิดกับงาน อยู่ไปวันๆ

          คิดดูแล้ว ข้าราชการกลุ่มไหนกันที่ควรเกษียณ­ เกิดคำถามต่อมาว่า ระบบราชการควรเปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง “เกษียณอายุ” ดีไหม ไม่ต้องเอาอายุคนทำงานเป็นเกณฑ์ แต่นำเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานมาใช้

         เอาล่ะ... มาว่าด้วยบทกวีของเราเสียที ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษียณอายุราชการเหมือนเดิม ชื่อ “เกษียณบางส่วน” ผลงานของ ณพรัช ขวัญคุ้ม จากคอลัมน์ กวีกะวาด ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับประจำวันที่ ๒-๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ความว่า

                                        แล้วจู่ๆ ก็มาถึงซึ่งวันนี้ หกสิบปีอายุขัยวัยพักผ่อน

                                        ภารกิจวัตรถูกตัดตอน เรื่องพักร้อนต่อไปไม่มีแล้ว

                                        โต๊ะเก้าอี้ที่ทำงานมานานเนิ่น ยังคงเดินตามทางอย่างแน่แน่ว

                                        คล้ายหนึ่งเรือหมุนเวียนเปลี่ยนคนแจว นั่นคือแนวปฏิบัติรัฐการ

                                        มือเคยจับปากกามานานยิ่ง ถึงเวลาพักนิ่งอยู่กับบ้าน

                                        ปากเคยออกคำสั่งหูฟังนาน ถึงเวลาพักงานเบิกบานครัน

                                        คงแต่ความรู้สึกให้นึกวุ่น จิตยังกรุ่นกายยังแกร่งแรงก๋ากั่น

                                        ยังบางส่วนสู่สนุกรุกโรมรัน จักห้ามมันเท่าไรไม่มีฟัง

                                        ต่ออายุได้ไหมใจขอร้อง ใช่ลำพองแต่ต้องทำตามคำสั่ง

                                        มีบางส่วนชอบตะโกนก่นเสียงดัง อ้างว่าทำงานทีหลังเพื่อนทั้งนั้น

                                        ทั้งหูตาขาแข้งแย่งคัดค้าน เกิดมานานทำมานานพอแล้วนั่น

                                        แต่ “หัวใจ” ให้เหตุผลจนยอมกัน เพราะ “ไอ้นั่น” ยี่สิบปี...จึงมีงาน


          กวีบทนี้พูดถึงเรื่อง “เกษียณ” เหมือนกัน ที่น่าขบคิดคือ อะไรที่เกษียณ และอะไรที่ “ใจ” ไม่ยอมให้เกษียณ

หากพิจารณาสิ่งที่กวีกล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นมือ หู ปาก ที่จะได้พักงานหลังเกษียณแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า “ไอ้นั่น” ที่ใจไม่อยากให้เกษียณก็น่าจะเป็นอวัยวะเหมือนกัน และเป็นอวัยวะที่ได้ใช้งานเมื่อผู้ใช้อายุราว ๒๐ ปี

          อันนี้ผู้อ่านจะไปตีความว่าเป็นอวัยวะอะไรก็สุดแล้วแต่...

แต่ผู้เขียนนึกถึงเมื่อครั้งที่ได้ไปอบรมเพศศึกษา กิจกรรมหนึ่งได้ทำเห็นว่า เรื่องเพศเกี่ยวข้องกับเราตั้งแต่เกิดจนตาย

          ใครหนอ...สร้างวาทกรรมที่ว่า แก่แล้ว ให้เข้าวัดเข้าวา เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน และตัดเรื่องทางเพศออกไปจากชีวิต เพราะนอกจากจะขัดกับธรรมชาติของร่างกายแล้ว ยังเป็นผลให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงเรื่องการป้องกันได้ยาก

        ก็คนอายุมากๆ ที่ไหนล่ะ...จะกล้าเดินเข้าไปซื้อถุงยาง เดี๋ยวคนขายเขาจะค่อนขอดเอาว่า “แก่แล้วไม่เจียม”
 



ความคิดเห็นที่  1

เรื่องบางเรื่องที่เป็นความจริงแต่สังคมไทยยังไม่ยอมรับกันชอบโกหกหลอกตัวเอง ชอบแสดงละครน้ำเน่าเข้าหากันและยอมรับแบบฝืนจิตใจตัวเอง ซึ่งความจริงที่้ป็นสัจจะธรรมไม่ค่อยให้คุณค่าต่อมันมากนัก ยังหลอกตนเองและคนอื่นด้วย  ตราบใดที่เราๆท่านๆ ยังมีชีวิต ยังมีลมหายใจสุขภาพร่างกาย แข็งแรง ยังเป็นปกติสุขสมบูรณ์ รับประทานอาหารได้ ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน  คนจะอายุมากอายุจะน้อยแค่ไหนไม่สำคัญและไม่เป็นอุปสรรคต่อการเกษียณ เพราะว่าการเกษียณนั้นเป็นประเพณี เป็นกฏระเบียบและกฏิกาที่สังคมกำหนดไว้ให้ทุกๆคนปฏิบัติตาม แต่การที่ร่างกายที่สมบูรณ์ จิตใจผ่องใส ไร้กังวล ย่อมมีความต้องการและปรารถนาในสิ่งที่ต้องการเสมอกันทุกคน การเกษียณจากหน้าที่การงานเป็นเพียงข้อกำหนดให้ทุกคนปฏิบัติร่วมกันเท่านั้น แต่การเกษียณอายุของเราและท่านไม่มีข้อกำหนดและจำกัดมันแต่อย่างไรเลย อยู่ที่ตัวเราเป็นผู้กำกับและกำหนดมันเองได้โดยไม่มีสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเป็นเราร่างกายเป็นของเรา อยากอยู่ อยากนอน อยากอ้อน อยากกิน หรืออยากทำกิจกรรมอะไรๆก็เป็นเรื่องของเราเอง ทำได้ตามใจปรารถนา ถึงจะมีคำว่าอายุมากเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ก็ไม่อาจจะเป็นเขตกำจัดสิทธิ์ในร่างกายจิตใจของตัวเอง อยู่ที่ความปรารถนาของหัวใจ ที่จะเป็นการปลอบประโลมหัวใจให้ชุ่มฉ่ำอย่างปุถุชนคนธรรมดาทำได้ เรื่องอย่างว่า (อะไรให้คิดเอาเอง)ก็จะไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อไป สรุปว่าการเกษียณเป็นเรื่องของข้อกำหนดสังคม แต่อายุ สุขภาพร่างกายของเราจะเกษียณได้ก็ตอนที่เราหยุดหายใจนั้นเอง เพราะฉะนั้น จงอย่าหยุดหายใจก็แล้วกันนะครับผม สวัสดีปีใหม่ 2554 ขอให้มีชีวิตอยู่อย่างที่ตัวเองปรารถนา สุข สมหวังตลอดกาลนะนะๆๆ......

surin   (3 มกราคม 2554  เวลา 09:37:32)