Loading ...

ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน ตกแบบกระหน่ำเสียด้วย ใครที่มีเหตุต้องเดินทางก็คงนึกหงุดหงิดอยู่บ้างว่าจะตกอะไรกันนักกันหนา ยิ่งตกรถก็ยิ่งติด ไปถึงที่ทำงานสายก็ถูกสายตาเจ้านายตำหนิ โอ๊ย...ผลจากฝนตกนี่ตามมาอีกเป็นกอง

 

จริงๆ ฝนตกก็เป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ ใจคนหรือเปล่าที่ไม่นิ่งพอที่จะรับสภาพของธรรมชาติที่เกิดขึ้น เพราะวิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไปแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาฝนเพื่อการดำรงชีวิตสักเท่าไหร่

 

ไม่ใช่แต่เฉพาะคนเมืองหรอกนะคะที่หงุดหงิดกับฝน ชาวนาเองก็หงุดหงิดกับฝนเหมือนกัน ฝนตกทีไรนอนผวาทุกทีว่าข้าวที่จะเกี่ยวอยู่วันสองวันนี่จะล้มไหม เพราะข้าวล้มมันเกี่ยวยาก ต้องจ้างรถเกี่ยวในราคาที่แพงขึ้น ซ้ำข้าวเปียกชื้นก็ขายไม่ได้ราคา

 

ชาวนาสมัยนี้เขาก็ไม่ค่อยอยากได้ฝนเหมือนกัน เพราะน้ำที่ใช้ในการทำนาส่วนใหญ่จะวิดมาจากคลองชลประทาน หรือตามลำคลองแถวบ้าน

 

เขียนมาเกือบครึ่งหน้า ดูเหมือนว่าฝนจะไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป คุณค่าของบางสิ่งบางอย่างก็เปลี่ยนไป

 

แต่สำหรับกวีแล้ว ธรรมชาติที่มีอยู่และเกิดขึ้นเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ธรรมชาติที่เราดูว่าธรรมดาๆ นี่แหละ เมื่อกวีใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดความคิด ถ่ายทอดภาพธรรมชาติออกมา ธรรมชาติที่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดากลับกลายเป็นความงดงามได้ในทันที สมัยเรียนจำได้ว่าได้อ่าน วารีดุริยางค์ ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แล้วประทับใจมาก คิดว่าธรรมชาติสวยงามเพียงนี้จริงหรือ โดยเฉพาะวรรคที่ว่า

 

หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ            แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต                        สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า         เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวันใหม่

เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย               เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน

 

สมัยเด็กๆ อ่านแล้วรู้สึกว่า เออ! ธรรมชาติมันมีชีวิตแฮะ น้ำค้างนี่สวยงามส่องประกายแวววาวราวกับเพชร แถมยังทำกิริยาอ้อล้อเหมือนคน มีหยอก มีเคล้าเคลียกับดอกหญ้าเสียด้วย

 

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติ กวีก็ใช้ความงามนั่นเองบอกคนเราว่า

 

เลิกความคิดขันแข่งปรุงแต่งจิต            เลิกชีวิตวุ่นวายในทุกที่

เลิกเดือดร้อนดิ้นรนคนไยดี                           ไม่ต้องมีปรารถนาในอารมณ์

ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด                  หยุดเสียทีเถิดมนุษย์หยุดสะสม

หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม                    สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน

 

เรื่องภาวะโลกร้อนกำลังอยู่ในกระแสทีเดียว แต่ โลกร้อนของคุณเนาวรัตน์ เป็นเรื่องของ ใจ มากกว่าสภาวะภายนอก ซึ่ง ใจ นี่เองที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ลองคิดดูว่าถ้ามนุษย์ไม่คิดแก่งแย่งแข่งขัน ไม่สะสมสมบัติพัสถาน การรณรงค์ให้มนุษย์ลดการกระทำที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อนจะเกิดขึ้นไหม­

 

            บางทีเราอาจจะไม่หงุดหงิด ไม่นอนผวา ไม่ต้องกลุ้มใจว่าข้าวในนาจะล้มไหมเวลาฝนตก ถ้าเราลดภาวะโลกร้อนในใจของเราให้ได้เสียก่อน