Loading ...

            หลังจากที่ผมได้อ่านประวัติและคำสอนของหลวงพ่อเทียน จิตตฺสุโภ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นจิตของผมบอกว่าแนวปฏิบัติที่หลวงพ่อเทียน ท่านได้สอนสั่งศิษยานุศิษย์มามากมายแล้วนี้ เป็นแนวปฏิบัติที่น่าจะหาโอกาสได้ลองฝึกได้ปฏิบัติดู

            บวกกับที่ลุงได้แนะนำให้ผมได้ลองเข้าร่วมปฏิบัติแนวหลวงพ่อเทียน ประมาณเดือนเมษายนปีนี้กับกลุ่มนักพัฒนา ที่จังหวัดสกลนคร ผมได้ตอบปากตกลงที่จะเข้าร่วม และรอเวลาที่จะมาถึงด้วยการศึกษาและอ่านคำสอนของหลวงพ่อเทียน เท่าที่จะหามาอ่านได้

 

            ต่อมาไม่นาน วันหนึ่งมีคนบอกผมว่าเขาจะไปบวชที่วัดป่าสุคะโต ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นวัดที่มีแนวการสอนการปฏิบัติตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน และที่วัดก็เปิดให้ผู้สนใจการปฏิบัติได้เข้าไปปฏิบัติตามเหตุอันควร

            ต้นเดือนธันวาคม 2550 ผมโทรศัพท์ไปสอบถามพี่แก้ว (อดีตผู้ประสานงาน กป. ภาคเหนือ) ซึ่งเคยบวชเป็นพระแล้วปฏิบัติที่วัดป่าสุคะโตมาก่อน พี่แก้วดีใจมากที่รู้ว่าผมจะไป ได้เล่าเรื่องแนวทางการปฏิบัติ การใช้ชีวิต ตลอดจนการเดินทางไปยังวัด พร้อมทั้งฝากน้อมความระลึกถึงยังพระอาจารย์ แม่ชี ทั้งหลายด้วย

 

            นอกจากนี้ผมก็หาข้อมูลของวัดจากทางเว็บไซต์ www.pasukato.org  แล้วกำหนดวันเพื่อที่จะหาโอกาสไปปฏิบัติเจริญสติ ที่วัดแห่งนี้ และแล้วผมก็ได้วันที่ลงตัว คือ วันที่ 27 ธันวาคม 2550 ถึง 2 มกราคม 2551 ช่วงนี้เป็นช่วงที่เป็นเทศกาลหยุดนาน จึงเหมาะแก่การลางานยาวๆ แล้วนำใจสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง

 

            พอรู้ว่าจะเดินทางช่วงไหนอย่างไร และต้องขออนุญาตจากทางครอบครัวคือพ่อกับแม่เพื่อแจ้งให้ท่านได้รับทราบ เมื่อท่านรู้ว่าผมจะไปในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็ถามว่า ทำไมไปช่วงนี้ ไม่ฉลองกับทางบ้านเหรอ ผมตอบว่า ช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะแก่กันปฏิบัติ และการละซึ่งความสุขทางโลกในการกิน ดื่ม เที่ยว อย่างหนึ่ง

 

            เมื่อที่บ้านรับฟังเหตุผลแล้ว จึงเข้าใจแต่แม่ก็บอกว่า เรามีญาติที่ชัยภูมิ แม่จะโทรหาให้เขาดูแลเรานะ ผมพยักหน้าและโทรศัพท์คุยกับลุงที่ชัยภูมิอยู่หลายวันเพื่อนัดหมายการเดินทางและที่พักที่บ้านลุง

 

            ส่วนเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนที่รู้ว่าผมจะไปปฏิบัติธรรมตอนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ต่างก็สงสัยต่างๆ นานา ว่าทำไมจึงไปช่วงนี้ ไม่ไปสังสรรค์กับใครเลย บ้างก็ว่าผมอกหัก บ้างก็ว่าผมเครียดจากงาน บ้างก็รู้ว่าผมจะไปทำไม เดากันไปมาหลายเหตุผล จนต้องบอกว่าที่จะไปปฏิบัตินั้นก็เพราะต้องการฝึกเจริญสติแนวทางอื่นที่ต่างจากแนวทางเดิมที่เคยทำ บางคนที่รู้ว่าผมปฏิบัติก็จะเข้าใจ บางคนก็งงอยู่ ก็ไม่เป็นไร ผมว่ากัน สักวันผมจะอธิบายให้เขาเข้าใจ

 

            จริงๆ แล้วผมก็สงสัยตลอดเวลาว่าทำไมคนเราจึงต้องปฏิบัติธรรม บางคนปฏิบัติเพราะศรัทธา บางคนอยากจะหนีทุกข์ และเหตุผลที่แตกต่างกันไป คำถามจะไม่มีมากหากคนที่ไปปฏิบัติอายุมาก ดูอยู่วัยกลางคน และวัยชรา แต่หากเป็นวัยรุ่นแบบผมหรือเพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็มักถูกมองแปลกๆ ทำนองว่าบ้าหรือเปล่า อยู่ดีๆ ไปปฏิบัติธรรม มีอะไรให้ทำตั้งมากมาย เป็นวัยรุ่นเสียเปล่าไม่เที่ยว ไม่กิน ไม่ดื่ม ทำไมทำอะไรเกินวัย เข้าถึงธรรมะเร็วไป

 

            สำหรับผมแล้ว มีคำตอบอยู่ ไม่กี่อย่างที่ผมเข้าถึงธรรมะเช่นนี้

 

            หนึ่ง ที่ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงได้เพราะธรรมะ ตอนที่ปฏิบัติวิปัสสนา 10 วันที่ของท่านโกเอ็นก้า เพราะอยากพักงาน อยากหนีอารมณ์สูญเสียคนรัก จึงเข้าหาธรรมะเป็นที่พึ่ง ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ และตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าต้องปฏิบัติ หรือศึกษาธรรมะให้ลึก คิดแต่เพียงว่าจะไปปฏิบัติวิปัสสนา 10 วัน ไปพักใจก็เพียงพอ

 

            สอง เมื่อพบกับธรรมะและแนวการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การพ้นทุกข์ที่แท้จริงแล้วเน้น ก็ทำให้จิตใจโน้มเอียงเข้าหาธรรมะและเห็นคุณค่าของการเกิดเป็นคนมากขึ้น จากที่เคยเที่ยวผับทุกอาทิตย์ ดื่มเหล้าบ่อยๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ช่วงนั้นไม่มีใครบอกว่าควรทำตนอย่างไร การเข้าถึงธรรมะคือการเข้าถึงความเป็นธรรมดาของชีวิต หลายคนมักยกตนมาอวดอ้างว่าสนใจธรรมะแต่ไม่ได้จริงจังต่อการปฏิบัติ แต่บางคนก็เฉยๆ แล้วปฏิบัติเงียบๆ ไปเรื่อยๆ ดังนั้น ผมคิดว่าหากอยากพบกับสุขที่แท้จริงหรือสภาวะธรรมะที่สูงขึ้นนั้น จำเป็นต้องเดินตามทางสายนี้ ทางสายเอก ทางแห่งมรรค และสติปัฏฐานสี่

 

            สาม เมื่อเกิดมาเป็นคน หากเราเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม และการเวียนว่ายตายเกิดในสงสารวัฎแล้ว จะพบว่าการได้เกิดมาเป็นคน เป็นมนุษย์นั้น ยากลำบากเพียงใด การที่เราไม่ได้เกิดเป็นเดรัจฉานหรืออบายภูมินั้นย่อมทำให้เราสามารถเข้าถึงธรรมะ เข้าถึงการนำตัวเองไปสู่การหลุดพ้นซึ่งการเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่จบไม่สิ้น ที่สำคัญ มีใครบ้างที่จะรู้ว่าตัวเองจะตาย สิ้นลมหายใจตอนไหน ไม่รู้หรอก บางคนเห็นเช้าตายเย็น เห็นสายตายบ่าย เห็นตอนเย็นตายตอนเช้า ก็มีแตกต่างกันไป ฉะนั้นแล้วเมื่อผมยังมีลมหายใจ เป็นคน ที่มีสติปัญญา มีประสาทการรับรู้ จึงน่าจะเป็นโอกาสที่เหมาะที่จะปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงความหลุดพ้นอย่างแท้จริง นี่คือความไม่ธรรมดา ความหมายและคุณค่าที่เราได้เป็นคน ได้เกิดมาทันคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมเราจึงไม่ใช่ประโยชน์จากการเป็นคน เข้าถึงธรรมให้มากที่สุด

 

            สี่ การเข้าถึงธรรมให้มากของผม ไม่ได้หมายเพียงแค่การอ่านหนังสือธรรมะได้หลายๆ เล่ม หากแต่หมายถึงการดำเนินชีวิตทั้งการให้ทาน การดำรงศีล และการภาวนา คือการพยายามที่จะปฏิบัติธรรม ให้เกิดปัญญา ในความหมายแห่ง ภาวนามยปัญญา การเจริญสติเพื่อให้เกิดปัญญานั้นย่อมทำให้เรารู้ทันหลายสิ่งหลายอย่างที่กระทบเข้ามากับตัวเอง คนที่มีธรรมะในใจย่อมไม่จำเป็นต้องทำตัวเคร่งเสมอไป บางคนอาจจะเคร่ง และบางคน ซึ่งรวมถึงผมด้วยก็เคร่งและก็ใช้ชีวิตตามปกติของวัยรุ่นทั่วไป เพื่อให้เข้ากับสังคมเพื่อนๆ ที่อยู่ ที่คบหากัน

 

            อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการที่ตัวเองไปมาพบกับธรรมและเข้าถึงได้เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง มีปัจจัยทั้งด้านในของตัวเอง และด้านนอกคือ ญาติธรรมที่เป็นกัลยาณมิตรคอนช่วย ตักเตือน แนะนำ สนทนา อยู่สม่ำเสมอ และที่สำคัญ ญาติธรรมที่เป็นวัยรุ่นอย่างผม ก็มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ฉะนี้ผมจึงมั่นใจว่าหนทางที่เราเดินมีคนเดินร่วมทางกับเรามากมาย และมีคนที่เข้าถึงธรรมและพบกับหนทางสูงสุดให้เราได้เห็นมาแล้วหลายต่อหลายท่าน

 

            ความปรารถนาที่จะพ้นทุกข์คือความปรารถนาของจิตนี้ ผมหวังว่าการเข้าถึงธรรมะและการเดินทางไปปฏิบัติเจริญสติที่วัดสุคะโตจะเป็นเข็มทิศนำทางใจของผมให้พบกับปัญญาจากด้านในของตน

 

 



ความคิดเห็นที่  4

โมทนาสาธุ ด้วยค่ะ  ตั้งใจจะปฏิบัติเหมือนกัน ได้แต่ทำอยู่กะบ้าน ขออธิษฐานไว้จะไปปฏิบัติเหมือนคุณให้ได้เช่นกัน

อุ๋ย   (8 สิงหาคม 2555  เวลา 00:02:31)

ความคิดเห็นที่  3

โมทนาสาธุ..ขอรับพี่....ตัวผมมเป็นคนหนึ่งที่ ไม่ประสบความสำเร็จผิดหวังจากคนรัก การงาน และเพื่อน
จึงทำให้ผมคิดว่าเป็นเพราะกรรมอะไรที่ทำให้เราเป็นเช่นนี้ เลยอยากหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และหาทางพ้นทุกข์
จึงหันหน้าเข้าทางธรรม..ทำให้ดีขึ้น รู้จักดูตัวเองและปล่อยวาง
คติ...ลดความยากให้มากที่สุด...แล้วปริมาณความสุขจะเพิ่มขึ้นเอง.....

คุณวิธุอินทุ์   (3 มิถุนายน 2553  เวลา 08:44:05)

ความคิดเห็นที่  2

บังเอิญมาเจอเหมือนกันค่ะ โมทนาสาธุด้วย ตั้งใจอ่านบันทึกทุกฉบับเลย ขอบคุณที่บันทึกเรื่องดีๆให้เป็นธรรมทานนะคะ ขอเป็นเพื่อนธรรมวัยรุ่นด้วยคน

ครูน้อย   (16 มกราคม 2553  เวลา 06:30:55)

ความคิดเห็นที่  1

โมทนาสาธุครับ คิดไว้เสมอว่าถ้าได้มีโอกาสบวชก็อยากจะไปบวชที่วัดป่าสุคะโต
เคยได้ยินแต่คนเล่าให้ฟัง ยังไม่เคยได้ไปเองครับ ตอนนี้ก็ฟังซีดีหลวงพ่อปราโมทย์
หากเหตุปัจจัยพร้อมเมื่อไหร่ก็จะลองไปภาวนาที่วัดดู และถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอพระท่านบวชให้
แต่ก็ไม่รู้ว่ายากหรือเปล่าที่ท่านจะบวชให้น่ะครับ ดีใจด้วยที่มีโอกาสได้ไป อ่านแลวเห็นด้วยทุกประการครับ

ปล. search มาเจอโดยบังเอิญ(เหตุบังเอิญไม่มีในโลก) ^^

แป๊ป   (9 มกราคม 2553  เวลา 21:47:26)