วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑

เพศศึกษา ทำอย่างไรครูจึงสอนได้จริง *

วิทยากร                   ๑.  พวงผกา  แก้วขจร  ผู้อำนวยการโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา จ.ลำปาง

                             ๒. กรรณานุช   มูลคำ   โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน

๓.  อุษณีย์  เย็นสบาย   มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

ผู้ดำเนินรายการ          วิทูร  กาแก้ว    ศึกษานิเทศก์ สพท. แพร่ เขต ๒

 

          การจัดการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนให้ได้ผลนั้น ต้องการการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่ายทั้งจากผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการสอน ผู้ทำหน้าที่กำหนดแนวทางการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน รวมไปถึงครูผู้ทำหน้าที่สอน

          ที่ผ่านมา หากทบทวนว่าการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนนั้นเป็นการสอนที่ผู้เรียนนำไปใช้ได้ในชีวิตจริงหรือไม่ ในฐานะของผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการสอน อุษณีย์ เย็นสบาย อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปางนำเสนอประเด็นสำคัญในการทบทวนถึงความคาดหวังในการสอนว่าต้องดูที่ตัวผู้เรียนเป็นหลัก ดังนั้น หากต้องการสอนแล้วให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง ต้องเริ่มจากตัวผู้สอนก่อน

          “คนเราทำอะไร ต้องทำทั้งตัวและหัวใจ” อุษณีย์ขยายความประโยคต่อว่า “ดังนั้น ครูที่จะสอนเพศศึกษาได้จำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิดของตนก่อน เพราะเมื่อเราเปลี่ยนความคิดได้แล้ว วิถีชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนตามไป” ซึ่งการเปลี่ยนกรอบความคิดของผู้สอนนั้น อุษณีย์กล่าวว่าสามารถเริ่มได้จากการตั้งคำถามกับตนเองถึงสถานภาพของ “ความเป็นครู” ว่า “จริงหรือที่ต้องรู้ดีที่สุดในทุกเรื่อง”

          เนื่องจากความคิด ความเชื่อที่มีต่อเรื่องเพศของคนในสังคมนั้นมีหลากหลาย ผู้สอนเพศศึกษาจึงควรตั้งคำถามกับตนเอง เพื่อสำรวจทัศนคติ ความคิด ความเชื่อในเรื่องเพศ ว่า

                    “เราจะเลือกสอนแต่สิ่งที่ตัวเองเชื่อเท่านั้นหรือไม่”

                   “พร้อมหรือยังที่จะรับฟังความเห็นที่ต่างไปจากที่ตนเองเชื่อ”

                    “รู้สึกอย่างไรหากถูกขนานนามจากเพื่อนครูด้วยกันว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญทางเพศ”         และเนื่องจากการสอนเพศศึกษา คือ การสอนทักษะชีวิต ซึ่งไม่เน้นเนื้อหา แต่ให้น้ำหนักกับกระบวนการให้ได้มาซึ่งคำตอบ ดังนั้น ครูผู้สอนจึงต้องตัดความกังวลใจในเรื่อง “สอนไม่ทัน” ออกไปให้ได้ 

          การจัดเวลาการสอนแก่เด็กอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องทำต่อเนื่องมีความจำเป็น และเป็นเรื่องที่ผู้บริหารในโรงเรียนต้องเห็นความสำคัญ และเห็นทิศทางการสอนเพศศึกษาไปในทางเดียวกับผู้สอน  ซึ่งเรื่องนี้ พวงผกา แก้วขจร ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา จังหวัดลำปาง ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนว่า ไม่ควรยึดติดกับสูตรสำเร็จ

          “แต่ต้องมีความต่อเนื่องในการกำหนดนโยบายเรื่องการสอน แม้ดิฉันจะไม่ได้เป็นผู้บริหารที่ริเริ่มนำโครงการสอนเพศศึกษาเข้ามาสู่โรงเรียนเป็นคนแรก มารับช่วงต่อจากผู้บริหารคนเดิม แต่ก็เห็นว่าจำเป็นที่ครูควรจะมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการสอนเพศศึกษาทุกคนไม่ว่าจะรับผิดชอบการสอนโดยตรงหรือไม่ จึงได้จัดให้ครูที่ผ่านการอบรมแล้ว มาถ่ายทอดแก่เพื่อนครูด้วยกัน”

          การได้รับการส่งเสริมจากผู้บริหาร ถือเป็นแรงหนุนสำคัญยิ่ง เพราะยังมีความเห็นที่ต่างไปว่าการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนจำเป็นเพียงใด เนื่องจกมีครูหลายคนที่เชื่อว่าตนเองก็มีชีวิตที่ดีโดยไม่ได้เรียนเพศศึกษา “แต่สภาพสังคมเปลี่ยนไปแล้ว ทัศนคติของครูและองค์ความรู้ในเรื่องเพศ จึงจำเป็นต้องทำให้เข้าใจตรงกัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน” พวงผกาให้ความเห็นต่อกรณีการจัดการความเชื่อที่ยังขัดแย้งกันของผู้ใหญ่ในโรงเรียนว่าเมื่อถึงเวลาประชุมครูผู้สอน จะรายงานสถานการณ์และาพฤติกรรมของวัยรุ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ครูได้รับทราบสม่ำเสมอ “เราจึงเห็นว่าการจัดกิจกรรมให้กับครูนั้นสำคัญกว่าการมอบหนังสือให้ครูไปอ่าน ทำความเข้าใจเอง”

          นอกเหนือจากผู้สอนต้องเตรียมตัวด้วยการสำรวจความคิด ความเชื่อของตนก่อนจะลงมือสอน  และการหนุนเสริมของผู้บริหารแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไมได้ในการทำให้เพศศึกษาสอนได้จริง คือ ตัวผู้เรียน ซึ่งครูต้องทำหน้าที่สนับสนุน สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมในกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม

          ตัวอย่างชัดเจนของการสร้างการมีส่วนร่วมในกาเรรียนรู้เรื่องเพศ คือ การให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเอง กรรณานุช  มูลคำ ครูสอนเพศศึกษาโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง ลำพูนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนว่า “ที่โรงเรียน เราสนับสนุน ส่งเสริมให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้ แสดงออก ทำให้เด็กมีความสามารถนำไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆ ด้วยตนเองได้ เช่น การแสดงละครเร่ ที่ไม่ยึดติดกับเครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบฉาก แต่ใช้ความสามารถในการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทางมากกว่า”

          ขณะเดียวกัน กิจกรรรมที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมนั้นควรเริ่มต้นจากความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก ดังนั้น ผู้สอนเพศศึกษาจึงควรรู้ก่อนว่า สิ่งที่ตนจะสอนนั้น คือสิ่งที่เด็กอยากเรียนหรือไม่

          “ก่อนจะวางแผนจัดกิจกรรมให้นักเรียน เราจะเริ่มจากรวบรวมคำถามที่เขาอยากรู้ อยากเรียน โดยให้เขาเขียนใส่กระดาษมาส่งและไม่ต้องลงชื่อ จากนั้น เราก็มาดูว่ามีแผนการเรียนไหนบ้างที่ตรงกับคำถามที่เด็กถามมา แล้วก็มาจัดลำดับ หาสื่อประกอบให้เข้ากับความสนใจของผู้เรียน” กรรณานุชเล่าถึงวิธีการจัดการสอนในห้องเรียนเพศศึกษาของเธอ

          อุษณีย์ให้คำแนะนำแก่ครูผู้สอนเพศศึกษาว่า ขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดในห้องเรียนเพศศึกษา คือ ช่วงของการอภิปราย แลกเปลี่ยนความเห็น

          “ช่วงที่สำคัญที่สุดของการเรียนเพศศึกษาในห้องเรียน คือ การตั้งคำถามชวนคุย เพื่อให้เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ด้วยกัน และสรุปร่วมกันว่าสิ่งที่ได้เรียนในวันนี้ จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้าง”

 

         



* เรียบเรียงจากการประชุมหัวข้อ “เพศศึกษา ทำอย่างไรครูจึงสอนได้จริง”  ผู้นำเสนอ ได้แก่ พวงผกา  แก้วขจร ผู้อำนวยการโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา ลำปาง  กรรณานุช  มูลคำ  โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และ อุษณีย์ เย็นสบายมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยมี วิทูร  กาแก้ว ศึกษานิเทศก์ สพท. แพร่ เขต ๒ เป็นผู้ดำเนินรายการ การประชุมหัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการและตลาดนัดประสบการณ์ “เพศศึกษาเพื่อเยาวชน” ครั้งที่ ๑ : ฮอมแฮง แป๋งตาง สร้างคน เพื่อละอ่อนเหนือ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ  ๒๔-๒๕  มกราคม  ๒๕๕๑ ณ โรงแรมลำปางเวียงทอง จังหวัดลำปาง

โดย เครือข่ายเพศศึกษาและการพัฒนาเยาวชนภาคเหนือ