วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๑

การจัดการเรียนรู้เรื่องเพศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน *

วิทยากร         นพ. ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์  โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ผู้ดำเนินรายการ ผศ. สุรชัย  โค้วตระกูล  มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

 

                   “ให้พ่อแม่ย้อนเวลากลับไปเลี้ยงลูกใหม่”

“นักเรียนมีปัญหา ก็หาครูดีๆ ไปสอน”

 

ฟังดูแล้ว คล้ายเป็น “กำปั้นทุบดิน” แต่นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

จิตแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ให้เหตุผลถึงการตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเยาวชนในปัจจุบันว่า  “ปัญหาอยู่ตรงไหน ก็ต้องกลับไปแก้ตรงนั้น” 

ในเมื่อการสร้าง “มนุษย์” คนหนึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน ๕ ปีแรกนับแต่ผู้นั้นเริ่มเกิดมาการเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับวัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหลังจากนั้นแล้ว หากคิดจะ “ปั้น” คนๆ หนึ่งให้เป็น “คนดี” อย่างที่ใจหวัง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนผู้นั้นเสียก่อนว่าเขาหรือเธอจะยอมให้ปั้นตามที่เราหวังหรือไม่

 

เกม เซ็กส์ ยา ความรุนแรง

เด็กชอบทำสิ่งเหล่านั้นเพราะ...ความเร็ว

          เป็นเรื่องยากที่จะให้เด็กและวัยรุ่นหาความสุขจากการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมความสุข ต่างจากการเล่นเกม เสพยา มีเซ็กส์ และการใช้ความรุนแรงที่เห็นผลทันตา และต้องเพิ่มปริมาณในการกระทำสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ได้รับความสุขในปริมาณเท่ากับครั้งแรกที่ได้ลิ้มรส

          ขณะเดียวกัน การฆ่าตัวตายก็เกี่ยวพันกับความช้า ทว่า คำอธิบายที่เราได้ยินกันบ่อยจนคุ้นหูว่า เด็กที่ฆ่าตัวตายเพราะเป็นโรคจิตซึมเศร้า นายแพทย์ประเสริฐเห็นว่าควรถูกตั้งคำถามและตรวจสอบว่าจริงหรือ เพราะกว่าคนๆ หนึ่งจะฆ่าตัวตายสำเร็จนั้น ต้องใช้เวลา แล้วใครเล่าจะช่วยหาคำตอบที่สอดคล้องกับความจริง

 

บทบาทหญิงชาย...สิ่งที่ถ่ายทอดในสังคม

          เมื่อสังคมอนุญาตให้เพศชายเอารัดเอาเปรียบ หรือแสดงความไม่เคารพต่อเพศหญิงได้ โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นสิ่งที่ทำกันมาเนิ่นนาน “เราเลี้ยงลูกชายให้ ‘ฟัน’ ได้เรื่อยๆ แต่พร่ำสอนลูกสาวว่าต้อง ‘รักนวล’ แล้วจะไม่ให้เด็กสับสนกับพฤติกรรมในการแสดงออกได้อย่างไร” นายแพทย์ประเสริฐทิ้งเป็นคำถามให้คิด

 

ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มที่การเลี้ยงดู

          การเลี้ยงเด็กไม่ต่างอะไรจากการสร้างปิรามิด ฐานรากที่แข็งแรงย่อมทำให้ปิรามิดนั้นสมบูรณ์ เช่นเดียวกับการดูแลเด็กที่ต้องเลี้ยงให้ถูกต้อง สอดคล้องกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย “เพื่อจะไม่ต้องมาตามแก้ปัญหาที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปทบทวนว่าการเลี้ยงดูเด็กของเราเป็นอย่างไร” นายแพทย์ประเสริฐย้ำก่อนจะอธิบายถึงช่วงวัยและการเรียนรู้ของเด็กว่า

            ช่วงแรกเกิดถึง ๑ ขวบ

          เด็กในวัยนี้มีหน้าที่เพียงประการเดียวที่ต้องทำให้ลุล่วง คือ เรียนรู้ที่จะไว้ใจสิ่งแวดล้อม “ถ้าเด็กไม่ไว้ใจผืนดิน ในช่วงวัยนี้ เด็กจะไม่คลาน ไม่ยืน ไม่เดิน และไม่นั่ง” นายแพทย์ประเสริฐกล่าว “ดังนั้น การจะทำให้เด็กไว้ใจสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ใหญ่ คือ เมื่อเด็กหิว ก็ให้กินนม เห็นมดจะกัดก็ปัดออก อุ้มเมื่อเด็กร้อง ง่วงก็ให้นอน”

          ช่วง ๒ – ๓ ขวบ

          หน้าที่ในช่วงวัยนี้สำหรับเด็ก คือการเรียนรู้ว่าตัวเองนั้นมีตัวตนจริงๆ ซึ่งการที่เด็กจะรู้ได้ก็ต้องเกิดจากองค์ประกอบ ๓ อย่าง คือ รู้ว่าแม่มีจริง สร้างสายสัมพันธ์กับแม่ เมื่อเกิดสองอย่างนี้ได้แล้ว เด็กก็จะเรียนรู้ว่าตนเองมีจริง นายแพทย์ประเสริฐยกตัวอย่างที่แสดงถึงควาไม่สมบูรณืในช่วงวัยนี้จะส่งผลในตอนโตว่า “ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดของเด็กที่ขาดการเรียนรู้ว่าตนเองมีจริง คือเด็กที่กรีดข้อมือเมื่อถูกขัดใจ หรือเศร้า เพราะการกรีดข้อมือทำให้ตัวเองเจ็บ” เด็กที่ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือร้องไห้จ้าเวลาแม่เข้าห้องน้ำก็เป็นเพราะเด็กไม่เชื่อมั่นว่าแม่มีอยู่จริงแม้จะหายไปจากสายตาเขาชั่วขณะ

          “เด็กที่ไม่เชื่อว่าแม่มีอยู่จริงก็จะไม่สามารถสร้างสายใยเชื่อมระหว่างตัวเองกับแม่ไว้ได้ เพราะสายใยเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ดังนั้น เด็กจึงติดเพื่อนมากกว่า” นายแพทย์ประเสริฐอธิบายถึงความสำคัญของสายใย

          ช่วง ๓ – ๕ ขวบ

          “นี่คือช่วงเวลาที่เด็กจะเรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นเพศ ในช่วงวัยนี้ เด็กผู้ชายจะรักแม่มากและต้องการเอาชนะพ่อ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะศัตรูก็คือการเลียนแบบนั่นเอง เด็กผู้ชายจึงชอบเลียนแบพ่อในวัยนี้” นายแพทย์ประเสริฐกล่าว และอธิบายถึงการเป็นเกย์ว่า “ในทางการแพทย์ มีการค้นพบว่าเกย์นั้นเกิดจากยีนบางตัวในโครโมโซม x ซึ่งถ่ายทอดผ่านทางแม่ ดังนั้น หากไปปรากฏในเพศชายก็จะมีแนวโน้มเป็นชายรักชายสูง แต่หากปรากฏในเพศหญิงก็จะส่งผลให้ผู้หญิงคนนั้นมีลูกดก คนเป็นเกย์จึงไม่ใช่คนเป็นโรค ไม่จำเป็นต้องรักษา”

          “จะเห็นได้ว่า ช่วงแรกเกิดถึง ๕ ขวบเป็นช่วงที่เด็กอยู่ในครอบครัว แต่พอพ้นจากช่วงนี้ไป การสร้างมนุษย์จะทำได้ยากขึ้น เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะจากตัวเด็กเอง” นายแพทย์ประเสริฐกล่าว และขยายความถึงช่วงวัยของเด็กที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมว่า

 

ช่วง ๕ – ๑๐ ขวบ

          เด็กในวัยนี้กำลังเรียนรู้เรื่องการเข้าสังคม ดังนั้น เด็กจะรู้จักการทะเลาะ แล้วคืนดีกัน ร่วมมือกันทำงาน “อยากให้ครูช่วยกันทบทวนสักนิดว่าบรรยากาศในโรงเรียนเอื้อให้เกิดทักษะเหล่านี้ในวัยที่เด็กต้องเรียนรู้เรื่องการเข้าสังคมากน้อยเพียงไร” นายแพทย์ประเสริฐกล่าว

          ช่วงวัยรุ่น

          เป็นช่วงของการค้นหาว่าตัวเองเป็นใคร ซึ่งเมื่อเด็กเติบโตมาถึงวัยนี้ ก็มักจะสวนทางกับพ่อแม่ใน ๒ เรื่อง คือ เรื่องของเวลา และจริยธรรม นายแพทย์ประเสริฐยกตัวอย่างว่า “ตอนลูกยังเล็ก พ่อแม่ก็มุ่งทำงานหาเงินจนไม่มีเวลาให้ลูก ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เด็กต้องการ แต่เมื่อลูกเริ่มโตเป็นวัยรุ่น ฐานะครอบครัวส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เพราะมีรถ มีบ้านแล้ว จึงมีเวลาและอยากอยู่กับลูก แต่วัยรุ่นไม่ต้องการใช้เวลาอยู่กับผู้ใหญ่แล้ว เพราะเพื่อนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในวัย ขณะเดียวกัน คำสั่งสอนที่เรามีให้แก่ลูกในวัยเด็ก มาถึงวัยนี้ เด็กก็เรียนรู้ว่าพ่อแม่เองก็ทำอย่างที่สอนไม่ได้เช่นกันในหลายเรื่อง จริยธรรมของเด็กกับครอบครัวจึงสวนทางกัน ”  จึงไม่น่าแปลกใจที่การแสดงตัวตนผ่านทางบล็อกในอินเตอร์เน็ต กลายเป็นช่องทางที่ถูกใจวัยรุ่นมากที่สุด 

          นายแพทย์ประเสริฐฝากเป็นคำถามถึงผู้ใหญ่ในช่วงท้ายของการบรรยายว่า หากต้องการให้ลูกวัยรุ่นมีเพื่อนเป็นหนังสือ ก็ต้องหาหนังสือที่วัยรุ่นอยากอ่าน ซึ่งจะหาจากที่ไหน และการสั่งสอน อบรม ห้ามปรามโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้วัยรุ่นหันมาฟังได้อย่างไรในเมื่อไม่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของวัยนี้ที่ชอบความเร็ว ตื่นเต้น สนุกสนาน

          ข้อเสนอของนายแพทย์ประเสริฐในฐานะจิตแพทย์ คือ การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องเพศแก่วัยรุ่นด้วยการใช้ “การสนทนา” น่าจะเป็นการกระทำที่สอดคล้องกว่า “การสั่งสอน” และฝากไว้ให้ผู้ใหฐ่ช่วยกันคิดว่า

“การที่ผมใช้คำว่า ‘แม่’ ซึ่งเป็นผู้สร้างสายใยเชื่อมต่อกับเด็กนั้น ผมหมายถึงผู้ใหญ่คนไหนก็ได้ที่สามารถทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กให้กลายเป็นมนุษย์ได้ในช่วง ๕ ปีแรกของชีวิต ผมไม่ได้หมายถึงมีเพียงพ่อ แม่ที่ให้กำเนิดชีวิตเขามาเท่านั้น”



* เรียบเรียงจากการบรรยายในหัวข้อ การจัดการเรียนรู้เรื่องเพศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน  โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์  โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ การบรรยายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการและตลาดนัดประสบการณ์ “เพศศึกษาเพื่อเยาวชน” ครั้งที่ ๑ : ฮอมแฮง แป๋งตาง สร้างคน เพื่อละอ่อนเหนือ เมื่อวันที่ ๒๔-๒๕  มกราคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมลำปางเวียงทอง จังหวัดลำปาง โดย เครือข่ายเพศศึกษาและการพัฒนาเยาวชนภาคเหนือ