วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๑

ชื่อเรื่อง            การเรียนรู้เพศศึกษากับการค้นหาศักยภาพเยาวชน *

วิทยากร         อำพร  แซ่เฒ่า       เจ้าหน้าที่กลุ่มเยาวชน WY เชียงใหม่

                   ปรียานุช โตกระแส  ผู้สอนเพศศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพจอมทอง จ.เชียงใหม่

                   ฐิติพรรณ  จันต๊ะฝั่น โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา จ.ลำปาง

                   สุภาภรณ์  ปินตาดง โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จ.ลำพูน     

ผู้ดำเนินรายการ อุไร  เปียงใจ  ศึกษานิเทศก์ สพท.น่าน เขต ๒

 

การจัดการเรียนรู้เพศศึกษาที่ได้ผล จะต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เนื่องจากเด็กทุกคนล้วนมีความสามารถในการเรียนรู้ และได้รับข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องเพศจากหลากหลายแหล่ง สิ่งที่ครูหรือผู้จัดการเรียนรู้เพศศึกษาพึงปฏิบัติคือ การทำให้เด็กมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้น มีเรื่องใดบ้างที่เป็นความเชื่อ ความจริง เป็นข้อมูลผิดหรือถูกต้อง

ข้อเสนอจากการอภิปรายถึงการค้นหาศักยภาพผ่านห้องเรียนเพศศึกษา หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กสามารถค้นหาศักยภาพได้ด้วยตนเอง ซึ่งมีตั้งแต่การเตรียมตัวล่วงหน้าของผู้สอนทั้งด้านทัศนคติที่มีต่อเด็ก การมีองค์ความรู้ในเรื่องเพศ และการมีทักษะที่เอื้อให้เด็กแสดงความเป็นตัวเองได้ เช่น ทักษะการฟัง การตั้งคำถาม รวมทั้งต้องหมั่นสังเกตผู้เรียนของตนซึ่งมีบุคลิกภาพแตกต่างกันว่าแสดงอการผิดสังเกตไปอย่างไรบ้าง เพื่อหาทางช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเป็นการแสดงความใส่ใจต่อผู้เรียน ส่งผลให้เกิดความไว้วางใจ สนิทสนม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งในการสร้างการเรียนรู้เรื่องเพศ

ขณะเดียวกัน การเรียนรู้เรื่องเพศที่ได้ผล ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นฝ่ายสรุปการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าในการเรียนแต่ละครั้ง ตนได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างที่ต่างไปจากที่เรียนรู้มา หรือมีความรู้ ความเข้าใจใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างไร

การสร้างบรรยากาศการเรียนที่เอื้อต่อการเปิดโอกาสให้เด็กแสดงศักยภาพนั้น ผู้สอนไม่ควรยึดมั่นกับกฏ ระเบียบ วินัยอย่างเคร่งครัด เพราะจะปิดกั้นการแสดงออกของเด็กที่ต้องการอิสระและเสรีภาพ ดังนั้น หากเด็กจะนอนเขียนหรือวาดภาพระหว่างทำงานในกลุ่ม ครูก็ไม่ควรดุเด็ก แต่หากกังวลว่าห้องเรียนจะไม่เป็นระเบียบหรือไม่มีวินัย ไม่มีสมาธิในการเรียนการสอน ครูก็สามารถตั้งกติการการเรียนรู้ร่วมกับเด็กๆ ก่อนจะลงมือทำกิจกรรมใดๆ และใช้การเตือนเมื่อมีการละเมิดกติกาที่ตกลงกันไว้ด้วยวาจา เพื่อฝึกให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองด้วยตัวเอง ที่สำคัญ ครูควรเชื่อมั่นและไว้วางใจในตัวเด็ก  ปล่อยให้เด็กได้ใช้เวลาในการเรียนรู้ตามแบบของแต่ละคน

หัวใจสำคัญของการเรียนรู้เพศศึกษานั้นอยู่ที่กระบวนการ ไม่ใช่เนื้อหา ครูจึงไม่ควรกังวลใจกับการ “สอนให้ครบ สอนให้จบ” แตควรให้น้ำหนักกับการได้มาซึ่งคำตอบมากกว่า

เพราะการสอนเพศศึกษาคือการสอนทักษะชีวิต การให้โอกาสเด็กได้ลงมือปฏิบัติจึงมีความจำเป็น เพื่อทำให้เขาเกิดความคุ้นเคย และเชื่อมั่นในตนเอง

 


* เรียบเรียงจากการอภิปรายในหัวข้อ การเรียนรู้เพศศึกษากับการค้นหาศักยภาพเยาวชน  ผู้ร่วมอภิปรายได้แก่ อำพร  แซ่เฒ่า           

เจ้าหน้าที่กลุ่มเยาวชน WY เชียงใหม่  ปรียานุช  โตกระแส  วิทยาลัยการอาชีพจอมทอง เชียงใหม่ ฐิติพรรณ  จันต๊ะฝั่น โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา ลำปาง สุภาภรณ์   ปินตาดง โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน ดำเนินรายการโดย อุไร เปียงใจ  ศึกษานิเทศก์   สพท. น่าน เขต ๒ การอภิปรายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการและตลาดนัดประสบการณ์ “เพศศึกษาเพื่อเยาวชน” ครั้งที่ ๑ : ฮอมแฮง แป๋งตาง สร้างคน เพื่อละอ่อนเหนือ เมื่อวันที่ ๒๔-๒๕  มกราคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมลำปางเวียงทอง จังหวัดลำปาง โดย เครือข่ายเพศศึกษาและการพัฒนาเยาวชนภาคเหนือ