กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๑
     ในงานนิทรรศการทางวิชาการของ ร.ร. เก่งศึกษา เด็กหญิงบัวแก้วฯซึ่งเป็นเด็กเรียนมากคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กล่าวรายงานในพิธีการเปิดงาน ส่วนประธานในการเปิดงานก็คือผู้เปิดงานก็คือผู้ว่าราชการฯ สำหรับคนกล่าวรายงานนั้นอาจารย์คนึงนิจ ซึ่งเป็นอาจารย์หัวหน้าสายวิชาภาษาไทยเป็นผู้เขียนให้เด็กหญิงบัวแก้วฯมีหน้าที่อ่านรายงานเท่านั้น

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร

 

กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๒
     โรงเรียนทุ่งรวงทองได้ส่งตัวแทนนักเรียน ม. ปลาย ๕ คน เข้าร่วมประชุมโครงการโรงเรียน สีขาว ซึ่งจัดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและจังหวัดฯ โดยมีเด็กๆจากโรงเรียนในจังหวัดเดียวกันเข้าร่วมประชุมอีก ๓๐ คน เป้าหมายคือ สร้างความร่วมมือในกลุ่มเด็ก ครุและตำรวจ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสพติดให้ได้

      ในระหว่างประชุม ดำเนินรายการได้ถามความคิดเห็นเด็กๆ แต่เด็กๆ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เนื่องจากบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้ายความเข็มงวดและเป็นงานเป็นการมากเกินไป ที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่มีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าอยากให้เด็กๆ ทำอะไรบ้าง

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร


กรณีศึกษาในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๓
     ในการปรับปรุงสนามเด็กเล่นของจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ ผู้ว่าราชการมีนโยบายที่จะให้เด็กๆ ซึ่งเป็นผู้ใช้สนามมากที่สุดเป็นผู้ออกแบบ หลังจากโยบายดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านไปตามโรงเรียนต่างๆ ปรากฏว่าเด็กๆ ให้ความสนใจอย่างล้นหลามและในที่สุด “สนามเด็กเล่นที่เด็กๆเป็นออกแบบ” ก็เป็นรูปร่างขึ้น

      สำหรับสถาปนิกซึ่งโดยปกติก็คือ ผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างนั้น ในงานนี้จะดูเฉพาะความปลอดภัยและเทคนิคบางด้านที่เด็กๆ อาจจะคิดไม่เท่าถึงนั้น และที่สำคัญมากก็คือ สถาปนิกจะต้องไม่มองข้ามความคิดของเด็กๆด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะเขาเป็นเด็ก

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร




กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๔
     การสูบบุหรี่ในเด็กวัยรุ่นเป็นปัญหาที่ยากแก้การแก้ไข และโรงเรียนต่างๆ มักจะใช้มาตรการในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ค่อยแตกต่างกัน นั่นคือ การกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาให้เด็กๆ ถือปฏิบัติ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในโรงเรียน หรือ การสูบบุหรี่เป็นเรื่องที่นักเรียนจะกระทำมิได้ อย่างไรก็ตามในกลุ่มเด็กด้วยกันทราบดีว่า ถ้าพวกเขาอยากสูบบุหรี่เขาควรทำอย่างไร และเป็นความจริงที่ว่าในโรงเรียนที่มีกฎเกณฑ์ดังกล่าวก็ยังคงมีนักเรียนสูบบุหรี่

     ในกรณีตัวแทนนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้เสนอความคิดเห็นผ่านทางอาจารย์ฝ่ายปกครองว่า ควรจัดให้นักเรียนได้กำหนดกติกาหรือกฎเกณฑ์ดังกล่าวด้วยเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่หรือกลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่ตาม

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร




กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๕

     เด็กติดเชื้อมาโรงเรียน ทว่าเด็กทั่วไป และ ครู ผู้ปกครองได้มาตัดสินใจร่วมกัน ครูบอกว่าไม่อยากให้เด็กมา เพราะกลัว ไม่แข็งแรง กลัวแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ ครูหวังดีไม่อยากให้เด็กที่ติดเชื้อมาเรียน เพราะในใจลึกๆ ครูเองก็กลัวเสียชื่อโรงเรียน ครูได้ไปถามเด็กที่ไม่ติดเชื้อว่าอยากให้เด็กติดเชื้อเรียนไหม เด็กคนหนึ่งบอกว่าอย่าเลยครับ กลัว ครูจึงตัดสินใจไป เพราะไม่อยากให้เด็กถูกรังเกียจ จึงบอกเด็กที่ติดเชื้อว่าไม่ต้องมาเรียน เดี๋ยวโรงเรียนจะให้เกรด ให้การบ้านไปทำที่บ้านแทน

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร

 

กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๖
     ครูมนตรี เป็นครูแกนนำที่โรงเรียนประจำจังหวัด ครูได้สนับสนุนให้เด็กๆ มีส่วนร่วม ในการทำกิจกรรมช่วงปิดเทอม แต่เด็กทำได้ไม่นานก็แผ่วๆ ไม่เอาจริง เพราะอยากเที่ยวมากกว่าทำกิจกรรม ครูจึงไม่พอใจที่เด็กได้รับโอกาส แต่ไม่ใช้โอกาสที่ตนได้รับ หลังจากนั้นครูมนตรีจึงไม่ค่อยเชื่อมั่นในเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามากิจกรรมว่าเด็กจะทำได้ ช่วงหลังๆ ครูจึงคิดกิจกรรมให้เด็กเข้าร่วม โดยใครไม่ร่วมครูจะไม่ให้เกรด

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร


กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๗
     นักเรียนม.๒ ท้อง ครูสอบถามเด็กผู้ชายว่าจะรับผิดชอบยังไง จะเอายังไงกันแน่ เด็กผู้ชายบอกว่าไม่อยากให้เด็กหญิงมาเรียนหนังสือ เพราะกลัวและอายเพื่อนๆ ซึ่งครูในโรงเรียนเองก็กลัวว่าจะเป็นเรื่องที่ขายหน้าโรงเรียนอื่นๆ แต่แม่ของเด็กผู้หญิงอยากให้เก็บลูกในท้องไว้ เพื่อที่พอคลอดเสร็จก็จะให้กลับมาเรียนต่อ แต่โรงเรียนไม่อยากให้กลับมาเรียนที่เดิมเพราะกลัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี จึงเสนอให้เด็กมีสิทธิเลือกโดยการไปเรียนไปที่อื่น ไม่อยากให้เรียนที่เดิมอีกต่อไป

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร

กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณี ๘
     เด็กหญิงหนุ่ยได้รับมอบหมายจากครูภาษาไทย ให้เขียนคำกลอนอ่านเนื่องในวันเอดส์โลก เพื่อให้เพื่อนๆ ฟัง เด็กหญิงหนุ่ยเป็นเด็กที่เรียนดี เก่งภาษาไทย แต่ไม่กล้าแสดงออก เด็กหญิงหนุ่ยรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีงานจากอาจารย์วิชาอื่นๆ แต่สุดท้ายเด็กหญิงหนุ่ยก็ทำตามที่ครูมอบหมาย

แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร

 
 
กรณีศึกษาสิทธิในการมีส่วนร่วม กรณีที่ ๒
     โรงเรียนทุ่งรวงทองได้ส่งตัวแทนนักเรียน ม. ปลาย ๕ คน เข้าร่วมประชุมโครงการโรงเรียน สีขาว ซึ่งจัดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและจังหวัดฯ โดยมีเด็กๆจากโรงเรียนในจังหวัดเดียวกันเข้าร่วมประชุมอีก ๓๐ คน เป้าหมายคือ สร้างความร่วมมือในกลุ่มเด็ก ครุและตำรวจ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสพติดให้ได้

      ในระหว่างประชุม ดำเนินรายการได้ถามความคิดเห็นเด็กๆ แต่เด็กๆ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เนื่องจากบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้ายความเข็มงวดและเป็นงานเป็นการมากเกินไป ที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่มีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าอยากให้เด็กๆ ทำอะไรบ้าง
แนวคำถาม
     ๑. กรณีข้างต้นนี้ท่านคิดว่าเป็นส่วนร่วมในรูปแบบใดเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
     ๒. สามารถปรับสู่การมีส่วนร่วมที่มากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร
 
 
บันไดการมีส่วนร่วม ๘ ขั้น
     ขั้นที่ ๑ ถูกบงการ เด็กถูกบอกให้ทำตามที่ผู้ใหญ่คิด ไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองกำลังทำและปฏิเสธไม่ได้

     ขั้นที่ ๒ ไม้ประดับ เด็กมีส่วนร่วมในเหตุการณ์เชิงรูป เช่น แต่งกาย การใช้สัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย การอ่านคำเปิดงาน อ่านบทกวี แต่การกระทำดังกล่าวเด็กไม่รู้เหตุผล ไม่รู้ความหมาย

     ขั้นที่๓ ทำพอเป็นพิธี เด็กอาจถูกถามว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนั้นแต่มีขอบเขตหรือข้อจำกัดในการแสดงออก เป็นการให้โอกาสที่ขาดความอิสระ หรือทำพอเป็นพิธีนั้นเอง

     ขั้นที่ ๔ ถูกมอบหมายให้ทำแต่รับทราบก่อน เด็กมีโอกาสรับรู้ เข้าใจในเรื่องราวต่างๆ และสมัครใจทำ แต่การตัดสินใจ การวางแผนเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

     ขั้นที่ ๕ ได้รับการปรึกษาและรับทราบ ผู้ใหญ่เป็นผู้วางแผนและดำเนินการทุกอย่าง แต่มีการปรึกษารับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของเด็กๆอย่างจริงจัง

     ขั้นที่ ๖ ผู้ใหญ่ริเริ่ม เด็กร่วมตัดสินใจ ในขั้นนี้เด็กไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ความคิดเห็นเท่านั้น แต่ยังได้ร่วมตัดสินใจในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย

     ขั้นที่ ๗ เด็กริเริ่มและกำหนด เด็กเป็นเจ้าของความคิดและกำหนดสิ่งที่จะทำด้วยตนเองอาจปรึกษาหรือไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ก็ได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเด็กเองว่าต้องการอะไร

     ขั้นที่ ๘ เด็กริเริ่ม ผู้ใหญ่ร่วมตัดสินใจ เด็กเป็นเจ้าของความคิดและกำหนดสิ่งที่จะทำด้วยตนเอง (ริเริ่ม) โดยคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ บทบาทของผู้ใหญ่คือให้ประสบการณ์ความชำนาญ และร่วมตัดสินใจกับเด็ก

 
     (หนังสือการมีส่วนร่วมของเด็ก “การทำพอเป็นพิธีสู่การเป็นประชาชน” โรเจอร์ เจ ฮาร์ท เขียน จงเจริญ ศรแก้ว แปล ทิชา ณ นคร ขออนุญาตปรับปรุง)